Skip to main content

FAQ

รับรองเอกสารเพื่อใช้ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการรับรองเอกสารไทยโดยทนายผู้ทำคำรับรอง และการทำนิติกรณ์เพื่อยื่นต่อหน่วยงานในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille เส้นทางที่ใช้จริงคือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กรุงเทพฯ หากขาดขั้นใดขั้นหนึ่ง ผู้รับปลายทางมักปฏิเสธเอกสาร สิ่งที่ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรอง คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อหน้าเท่านั้น ได้แก่ ผู้มาแสดงตนเป็นผู้ลงลายมือชื่อจริง สำเนาที่นำมาตรงกับต้นฉบับที่ได้ตรวจสอบแล้ว หรือผู้ให้ถ้อยคำได้สาบานตนตามแบบ ส่วนความถูกต้องของข้อความภายในเอกสาร ความสมบูรณ์ของนิติกรรม และผลทางกฎหมายที่จะเกิดในต่างประเทศ อยู่นอกขอบเขตของคำรับรอง ผู้รับปลายทางจึงยังคงมีอำนาจพิจารณาเนื้อหาด้วยตนเอง การเข้าใจเส้นแบ่งนี้ตั้งแต่ต้นช่วยให้เลือกประเภทคำรับรองได้ถูก และลดกรณีที่ต้องกลับมาทำใหม่เพราะเลือกแบบผิดตั้งแต่แรก สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่นอกประเทศ การวางลำดับงานให้ดีช่วยลดจำนวนรอบการเดินทางได้มาก แนวทางที่ใช้ได้ผลคือ ตรวจเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อน จัดคำแปลให้เสร็จก่อนวันนัด รวมผู้ลงนามทั้งหมดไว้ในนัดเดียว แล้วให้สำนักงานเดินเรื่องนิติกรณ์และการยื่นต่อคณะผู้แทนต่อเนื่องกันไป ทนายผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความสามารถรับรองเอกสารได้ทั่วราชอาณาจักร ไม่จำกัดเฉพาะจังหวัดที่สำนักงานตั้งอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ากรุงเทพเพียงเพื่อลงนาม การลงลายมือชื่อและการสาบานตนต้องกระทำต่อหน้าทนายเสมอ ซึ่งเป็นสาระสำคัญของคำรับรอง ไม่ใช่ขั้นตอนทางธุรการที่ยกเว้นได้ การส่งเอกสารที่ลงชื่อไว้แล้วมาทางไปรษณีย์เพื่อขอตราประทับย้อนหลังจึงทำไม่ได้ ส่วนการรับรองสำเนาถูกต้องนั้นยืดหยุ่นกว่า เพราะผู้ที่นำต้นฉบับมาแสดงต่อทนายก็เพียงพอ สำหรับลูกค้าที่เดินทางไม่สะดวก การนัดพบนอกสถานที่เป็นทางเลือกที่ใช้กันทั่วไป โดยยังคงหลักเดิมคือทนายต้องเห็นผู้ลงนามและเอกสารตัวจริงในขณะรับรอง

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที