Skip to main content

FAQ

รับรองเอกสารเพื่อใช้ในสหรัฐอเมริกา

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการรับรองเอกสารไทยโดยทนายผู้ทำคำรับรอง และการทำนิติกรณ์เพื่อยื่นต่อหน่วยงานในสหรัฐอเมริกา

ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille เส้นทางที่ใช้จริงคือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ หากขาดขั้นใดขั้นหนึ่ง ผู้รับปลายทางมักปฏิเสธเอกสาร สิ่งที่ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรอง คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อหน้าเท่านั้น ได้แก่ ผู้มาแสดงตนเป็นผู้ลงลายมือชื่อจริง สำเนาที่นำมาตรงกับต้นฉบับที่ได้ตรวจสอบแล้ว หรือผู้ให้ถ้อยคำได้สาบานตนตามแบบ ส่วนความถูกต้องของข้อความภายในเอกสาร ความสมบูรณ์ของนิติกรรม และผลทางกฎหมายที่จะเกิดในต่างประเทศ อยู่นอกขอบเขตของคำรับรอง ผู้รับปลายทางจึงยังคงมีอำนาจพิจารณาเนื้อหาด้วยตนเอง การเข้าใจเส้นแบ่งนี้ตั้งแต่ต้นช่วยให้เลือกประเภทคำรับรองได้ถูก และลดกรณีที่ต้องกลับมาทำใหม่เพราะเลือกแบบผิดตั้งแต่แรก การนัดหมายที่ราบรื่นเริ่มจากการตรวจเอกสารล่วงหน้า ควรส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ แบบฟอร์มหรือถ้อยคำที่ปลายทางกำหนด และหน้าหนังสือเดินทางของผู้ที่จะลงนาม มาให้ตรวจก่อนวันนัด การตรวจรอบนี้จะยืนยันว่าใช้คำรับรองประเภทใด ต้องมีคำแปลหรือไม่ ต้องมีพยานเพิ่มหรือไม่ และผู้ลงนามครบถ้วนแล้วหรือยัง กรณีที่มีผู้ลงนามหลายคนหรือมีเอกสารหลายฉบับ การจัดให้ทุกคนมาพร้อมกันในคราวเดียวช่วยประหยัดทั้งเวลาและการเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินเรื่องนิติกรณ์ต่อทันที คำแปลเป็นจุดที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลลงชื่อในคำรับรองของผู้แปลซึ่งระบุว่าแปลครบถ้วนและตรงกับต้นฉบับ แล้วให้ทนายรับรองลายมือชื่อของผู้แปล จากนั้นให้ต้นฉบับกับคำแปลเดินทางไปด้วยกันตลอดสายนิติกรณ์ ไม่แยกออกจากกันในขั้นใดขั้นหนึ่ง ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ วันเดือนปี และเลขที่เอกสารในคำแปล ต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางและต้นฉบับทุกตัวอักษร เพราะความไม่ตรงเพียงจุดเดียวมักทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ทั้งชุด

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที