Skip to main content

FAQ

รับรองเอกสารเพื่อใช้ในสหราชอาณาจักร

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการรับรองเอกสารไทยโดยทนายผู้ทำคำรับรอง และการทำนิติกรณ์เพื่อยื่นต่อหน่วยงานในสหราชอาณาจักร

ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille เส้นทางที่ใช้จริงคือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ กรุงเทพฯ หากขาดขั้นใดขั้นหนึ่ง ผู้รับปลายทางมักปฏิเสธเอกสาร การรับรองทุกครั้งถูกบันทึกไว้ในสมุดทะเบียนตามข้อบังคับของสภาทนายความ โดยระบุวันเวลา ผู้ที่มาแสดงตน ประเภทของคำรับรอง และเลขที่คำรับรอง ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังได้เมื่อหน่วยงานปลายทางสอบถาม อย่างไรก็ตาม การขอ ฉบับใหม่ ในภายหลังไม่ใช่การคัดสำเนาจากทะเบียน หากต้องใช้คำรับรองอีกฉบับ ต้องนำต้นฉบับกลับมาแสดงและดำเนินการรับรองใหม่อีกครั้ง ข้อมูลของลูกค้าที่ปรากฏในทะเบียนอยู่ภายใต้หน้าที่รักษาความลับของทนายความ และเปิดเผยได้เท่าที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ค่าใช้จ่ายในงานลักษณะนี้แยกออกเป็นสองส่วนเสมอ ส่วนแรกคือค่าธรรมเนียมของหน่วยงานราชการ ซึ่งกรมการกงสุลและคณะผู้แทนของแต่ละประเทศเป็นผู้กำหนดและเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของหน่วยงานนั้น ส่วนที่สองคือค่าบริการทางวิชาชีพของสำนักงาน ซึ่งขึ้นกับจำนวนเอกสาร ความซับซ้อน และการเดินทาง เมื่อต้องประเมินงบประมาณ ควรขอรายการแยกทั้งสองส่วนให้ชัดเจน และตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมราชการล่าสุดกับหน่วยงานโดยตรงก่อนวันยื่น เพราะอัตราและระยะเวลาดำเนินการอาจเปลี่ยนแปลงได้ สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่นอกประเทศ การวางลำดับงานให้ดีช่วยลดจำนวนรอบการเดินทางได้มาก แนวทางที่ใช้ได้ผลคือ ตรวจเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อน จัดคำแปลให้เสร็จก่อนวันนัด รวมผู้ลงนามทั้งหมดไว้ในนัดเดียว แล้วให้สำนักงานเดินเรื่องนิติกรณ์และการยื่นต่อคณะผู้แทนต่อเนื่องกันไป ทนายผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความสามารถรับรองเอกสารได้ทั่วราชอาณาจักร ไม่จำกัดเฉพาะจังหวัดที่สำนักงานตั้งอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ากรุงเทพเพียงเพื่อลงนาม

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที