Skip to main content

FAQ

รับรองเอกสารเพื่อใช้ในไอร์แลนด์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการรับรองเอกสารไทยโดยทนายผู้ทำคำรับรอง และการทำนิติกรณ์เพื่อยื่นต่อหน่วยงานในไอร์แลนด์

ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille เส้นทางที่ใช้จริงคือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → สถานเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ กรุงเทพฯ หากขาดขั้นใดขั้นหนึ่ง ผู้รับปลายทางมักปฏิเสธเอกสาร สิ่งที่ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรอง คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อหน้าเท่านั้น ได้แก่ ผู้มาแสดงตนเป็นผู้ลงลายมือชื่อจริง สำเนาที่นำมาตรงกับต้นฉบับที่ได้ตรวจสอบแล้ว หรือผู้ให้ถ้อยคำได้สาบานตนตามแบบ ส่วนความถูกต้องของข้อความภายในเอกสาร ความสมบูรณ์ของนิติกรรม และผลทางกฎหมายที่จะเกิดในต่างประเทศ อยู่นอกขอบเขตของคำรับรอง ผู้รับปลายทางจึงยังคงมีอำนาจพิจารณาเนื้อหาด้วยตนเอง การเข้าใจเส้นแบ่งนี้ตั้งแต่ต้นช่วยให้เลือกประเภทคำรับรองได้ถูก และลดกรณีที่ต้องกลับมาทำใหม่เพราะเลือกแบบผิดตั้งแต่แรก ค่าใช้จ่ายในงานลักษณะนี้แยกออกเป็นสองส่วนเสมอ ส่วนแรกคือค่าธรรมเนียมของหน่วยงานราชการ ซึ่งกรมการกงสุลและคณะผู้แทนของแต่ละประเทศเป็นผู้กำหนดและเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของหน่วยงานนั้น ส่วนที่สองคือค่าบริการทางวิชาชีพของสำนักงาน ซึ่งขึ้นกับจำนวนเอกสาร ความซับซ้อน และการเดินทาง เมื่อต้องประเมินงบประมาณ ควรขอรายการแยกทั้งสองส่วนให้ชัดเจน และตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมราชการล่าสุดกับหน่วยงานโดยตรงก่อนวันยื่น เพราะอัตราและระยะเวลาดำเนินการอาจเปลี่ยนแปลงได้ คำแปลเป็นจุดที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลลงชื่อในคำรับรองของผู้แปลซึ่งระบุว่าแปลครบถ้วนและตรงกับต้นฉบับ แล้วให้ทนายรับรองลายมือชื่อของผู้แปล จากนั้นให้ต้นฉบับกับคำแปลเดินทางไปด้วยกันตลอดสายนิติกรณ์ ไม่แยกออกจากกันในขั้นใดขั้นหนึ่ง ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ วันเดือนปี และเลขที่เอกสารในคำแปล ต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางและต้นฉบับทุกตัวอักษร เพราะความไม่ตรงเพียงจุดเดียวมักทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ทั้งชุด

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที