Skip to main content

FAQ

รับรองเอกสารเพื่อใช้ในสวีเดน

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการรับรองเอกสารไทยโดยทนายผู้ทำคำรับรอง และการทำนิติกรณ์เพื่อยื่นต่อหน่วยงานในสวีเดน

ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille เส้นทางที่ใช้จริงคือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน กรุงเทพฯ หากขาดขั้นใดขั้นหนึ่ง ผู้รับปลายทางมักปฏิเสธเอกสาร การนัดหมายที่ราบรื่นเริ่มจากการตรวจเอกสารล่วงหน้า ควรส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ แบบฟอร์มหรือถ้อยคำที่ปลายทางกำหนด และหน้าหนังสือเดินทางของผู้ที่จะลงนาม มาให้ตรวจก่อนวันนัด การตรวจรอบนี้จะยืนยันว่าใช้คำรับรองประเภทใด ต้องมีคำแปลหรือไม่ ต้องมีพยานเพิ่มหรือไม่ และผู้ลงนามครบถ้วนแล้วหรือยัง กรณีที่มีผู้ลงนามหลายคนหรือมีเอกสารหลายฉบับ การจัดให้ทุกคนมาพร้อมกันในคราวเดียวช่วยประหยัดทั้งเวลาและการเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินเรื่องนิติกรณ์ต่อทันที เมื่อเอกสารถูกตีกลับ สิ่งแรกที่ต้องระบุให้ได้คือถูกตีกลับที่ขั้นตอนใดและด้วยเหตุใด หากปัญหาอยู่ที่ถ้อยคำในเอกสารหรือคุณภาพของคำแปล มักแก้เฉพาะส่วนนั้นแล้วรับรองใหม่โดยไม่ต้องเริ่มทั้งหมด แต่หากปัญหาอยู่ที่ต้นฉบับ เช่น ข้อมูลในทะเบียนราษฎรไม่ถูกต้อง หรือชื่อสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ต้องแก้ที่หน่วยงานผู้ออกเอกสารก่อน แล้วจึงเดินสายรับรองใหม่ทั้งสาย การขอเหตุผลการปฏิเสธเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับ ช่วยให้แก้ได้ตรงจุดและไม่เสียเวลารอบที่สาม สิ่งที่ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรอง คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อหน้าเท่านั้น ได้แก่ ผู้มาแสดงตนเป็นผู้ลงลายมือชื่อจริง สำเนาที่นำมาตรงกับต้นฉบับที่ได้ตรวจสอบแล้ว หรือผู้ให้ถ้อยคำได้สาบานตนตามแบบ ส่วนความถูกต้องของข้อความภายในเอกสาร ความสมบูรณ์ของนิติกรรม และผลทางกฎหมายที่จะเกิดในต่างประเทศ อยู่นอกขอบเขตของคำรับรอง ผู้รับปลายทางจึงยังคงมีอำนาจพิจารณาเนื้อหาด้วยตนเอง การเข้าใจเส้นแบ่งนี้ตั้งแต่ต้นช่วยให้เลือกประเภทคำรับรองได้ถูก และลดกรณีที่ต้องกลับมาทำใหม่เพราะเลือกแบบผิดตั้งแต่แรก

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที