Skip to main content

FAQ

รับรองเอกสารเพื่อใช้ในซาอุดีอาระเบีย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการรับรองเอกสารไทยโดยทนายผู้ทำคำรับรอง และการทำนิติกรณ์เพื่อยื่นต่อหน่วยงานในซาอุดีอาระเบีย

ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille เส้นทางที่ใช้จริงคือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย กรุงเทพฯ หากขาดขั้นใดขั้นหนึ่ง ผู้รับปลายทางมักปฏิเสธเอกสาร เรื่องอายุเอกสารมักถูกเข้าใจสลับกัน ตัวคำรับรองของทนายไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานผู้รับส่วนใหญ่กำหนดว่าเอกสารต้องออกหรือรับรองภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ภายในสามเดือนหรือหกเดือนนับถึงวันยื่น การรับรองไว้ล่วงหน้านานเกินไปจึงมีความเสี่ยงที่จะต้องทำใหม่ทั้งชุดเมื่อถึงวันยื่นจริง แนวทางที่ปลอดภัยคือสอบถามกรอบเวลาจากผู้รับก่อน แล้วย้อนกลับมาวางแผนวันนัดรับรอง วันส่งนิติกรณ์ และวันยื่นต่อคณะผู้แทน ให้เรียงต่อกันโดยไม่ทิ้งช่วงนานเกินจำเป็น ควรยืนยันข้อกำหนดกับผู้รับเอกสารก่อนเริ่มดำเนินการเสมอ เพราะหน่วยงานแต่ละแห่งกำหนดรายละเอียดต่างกัน ทั้งรูปแบบถ้อยคำ จำนวนชุด ภาษาที่ยอมรับ การต้องใช้พยาน และช่วงเวลาที่เอกสารยังถือว่าใหม่พอ คำแนะนำทั่วไปจากเว็บไซต์หรือจากประสบการณ์ของผู้อื่นอาจไม่ตรงกับกรณีของท่าน โดยเฉพาะเมื่อเป็นการยื่นต่อศาล สถาบันการเงิน หรือหน่วยงานทะเบียนของต่างประเทศ การขอรายการตรวจสอบหรือแบบฟอร์มตัวอย่างจากผู้รับมาก่อน คือวิธีที่ประหยัดเวลาที่สุดในทางปฏิบัติ เส้นทางการรับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ต่างประเทศประกอบด้วยสามช่วงที่ต่อเนื่องกัน ช่วงแรกคือคำรับรองของทนายผู้ทำคำรับรอง ช่วงที่สองคือการรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และช่วงที่สามคือการรับรองของคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทาง ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille และไม่มีทางลัดข้ามช่วงใดช่วงหนึ่ง หากข้ามขั้นตอนกลาง หน่วยงานปลายทางมักไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และจะปฏิเสธเอกสารทั้งชุด

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที