Skip to main content

FAQ

รับรองเอกสารเพื่อใช้ในนอร์เวย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการรับรองเอกสารไทยโดยทนายผู้ทำคำรับรอง และการทำนิติกรณ์เพื่อยื่นต่อหน่วยงานในนอร์เวย์

ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille เส้นทางที่ใช้จริงคือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ กรุงเทพฯ หากขาดขั้นใดขั้นหนึ่ง ผู้รับปลายทางมักปฏิเสธเอกสาร ค่าใช้จ่ายในงานลักษณะนี้แยกออกเป็นสองส่วนเสมอ ส่วนแรกคือค่าธรรมเนียมของหน่วยงานราชการ ซึ่งกรมการกงสุลและคณะผู้แทนของแต่ละประเทศเป็นผู้กำหนดและเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของหน่วยงานนั้น ส่วนที่สองคือค่าบริการทางวิชาชีพของสำนักงาน ซึ่งขึ้นกับจำนวนเอกสาร ความซับซ้อน และการเดินทาง เมื่อต้องประเมินงบประมาณ ควรขอรายการแยกทั้งสองส่วนให้ชัดเจน และตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมราชการล่าสุดกับหน่วยงานโดยตรงก่อนวันยื่น เพราะอัตราและระยะเวลาดำเนินการอาจเปลี่ยนแปลงได้ การรับรองทุกครั้งถูกบันทึกไว้ในสมุดทะเบียนตามข้อบังคับของสภาทนายความ โดยระบุวันเวลา ผู้ที่มาแสดงตน ประเภทของคำรับรอง และเลขที่คำรับรอง ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังได้เมื่อหน่วยงานปลายทางสอบถาม อย่างไรก็ตาม การขอ ฉบับใหม่ ในภายหลังไม่ใช่การคัดสำเนาจากทะเบียน หากต้องใช้คำรับรองอีกฉบับ ต้องนำต้นฉบับกลับมาแสดงและดำเนินการรับรองใหม่อีกครั้ง ข้อมูลของลูกค้าที่ปรากฏในทะเบียนอยู่ภายใต้หน้าที่รักษาความลับของทนายความ และเปิดเผยได้เท่าที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น เอกสารแสดงตนต้องเป็นฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุเสมอ คนไทยใช้บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ส่วนชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทางเป็นหลัก และควรนำหลักฐานการพำนักปัจจุบัน เช่น ตราวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับแจ้งที่พักอาศัย มาประกอบ เพื่อให้รายการที่บันทึกในสมุดทะเบียนคำรับรองครบถ้วนและตรวจสอบย้อนหลังได้ ภาพถ่ายบัตร ไฟล์ในโทรศัพท์ หรือสำเนาที่รับรองไว้ก่อนหน้า ไม่สามารถใช้แทนเอกสารตัวจริงในการแสดงตนได้ เพราะทนายต้องเห็นเอกสารต้นฉบับด้วยตนเองในขณะที่รับรอง

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที