Skip to main content

FAQ

รับรองเอกสารเพื่อใช้ในญี่ปุ่น

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการรับรองเอกสารไทยโดยทนายผู้ทำคำรับรอง และการทำนิติกรณ์เพื่อยื่นต่อหน่วยงานในญี่ปุ่น

ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille เส้นทางที่ใช้จริงคือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น กรุงเทพฯ หากขาดขั้นใดขั้นหนึ่ง ผู้รับปลายทางมักปฏิเสธเอกสาร ควรยืนยันข้อกำหนดกับผู้รับเอกสารก่อนเริ่มดำเนินการเสมอ เพราะหน่วยงานแต่ละแห่งกำหนดรายละเอียดต่างกัน ทั้งรูปแบบถ้อยคำ จำนวนชุด ภาษาที่ยอมรับ การต้องใช้พยาน และช่วงเวลาที่เอกสารยังถือว่าใหม่พอ คำแนะนำทั่วไปจากเว็บไซต์หรือจากประสบการณ์ของผู้อื่นอาจไม่ตรงกับกรณีของท่าน โดยเฉพาะเมื่อเป็นการยื่นต่อศาล สถาบันการเงิน หรือหน่วยงานทะเบียนของต่างประเทศ การขอรายการตรวจสอบหรือแบบฟอร์มตัวอย่างจากผู้รับมาก่อน คือวิธีที่ประหยัดเวลาที่สุดในทางปฏิบัติ การลงลายมือชื่อและการสาบานตนต้องกระทำต่อหน้าทนายเสมอ ซึ่งเป็นสาระสำคัญของคำรับรอง ไม่ใช่ขั้นตอนทางธุรการที่ยกเว้นได้ การส่งเอกสารที่ลงชื่อไว้แล้วมาทางไปรษณีย์เพื่อขอตราประทับย้อนหลังจึงทำไม่ได้ ส่วนการรับรองสำเนาถูกต้องนั้นยืดหยุ่นกว่า เพราะผู้ที่นำต้นฉบับมาแสดงต่อทนายก็เพียงพอ สำหรับลูกค้าที่เดินทางไม่สะดวก การนัดพบนอกสถานที่เป็นทางเลือกที่ใช้กันทั่วไป โดยยังคงหลักเดิมคือทนายต้องเห็นผู้ลงนามและเอกสารตัวจริงในขณะรับรอง ค่าใช้จ่ายในงานลักษณะนี้แยกออกเป็นสองส่วนเสมอ ส่วนแรกคือค่าธรรมเนียมของหน่วยงานราชการ ซึ่งกรมการกงสุลและคณะผู้แทนของแต่ละประเทศเป็นผู้กำหนดและเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของหน่วยงานนั้น ส่วนที่สองคือค่าบริการทางวิชาชีพของสำนักงาน ซึ่งขึ้นกับจำนวนเอกสาร ความซับซ้อน และการเดินทาง เมื่อต้องประเมินงบประมาณ ควรขอรายการแยกทั้งสองส่วนให้ชัดเจน และตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมราชการล่าสุดกับหน่วยงานโดยตรงก่อนวันยื่น เพราะอัตราและระยะเวลาดำเนินการอาจเปลี่ยนแปลงได้

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที