Skip to main content

FAQ

รับรองเอกสารเพื่อใช้ในจีน

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการรับรองเอกสารไทยโดยทนายผู้ทำคำรับรอง และการทำนิติกรณ์เพื่อยื่นต่อหน่วยงานในจีน

ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille เส้นทางที่ใช้จริงคือ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร → กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → สถานเอกอัครราชทูตจีน กรุงเทพฯ หากขาดขั้นใดขั้นหนึ่ง ผู้รับปลายทางมักปฏิเสธเอกสาร งานของนิติบุคคลมีข้อกำหนดเพิ่มเติมที่ควรเตรียมล่วงหน้า ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัทที่คัดใหม่ตามอายุที่ผู้รับกำหนด บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายงานการประชุมหรือมติที่ให้อำนาจลงนามในเรื่องนั้นโดยเฉพาะ ตราประทับของบริษัทหากหนังสือรับรองระบุว่าต้องประทับ และบัตรประจำตัวตัวจริงของกรรมการผู้มีอำนาจ การรับรองลายมือชื่อกรรมการไม่สามารถมอบหมายให้พนักงานลงนามแทนได้ แต่การรับรองสำเนาเอกสารบริษัทนั้น ผู้ที่นำต้นฉบับมาแสดงสามารถดำเนินการได้ตามปกติ การลงลายมือชื่อและการสาบานตนต้องกระทำต่อหน้าทนายเสมอ ซึ่งเป็นสาระสำคัญของคำรับรอง ไม่ใช่ขั้นตอนทางธุรการที่ยกเว้นได้ การส่งเอกสารที่ลงชื่อไว้แล้วมาทางไปรษณีย์เพื่อขอตราประทับย้อนหลังจึงทำไม่ได้ ส่วนการรับรองสำเนาถูกต้องนั้นยืดหยุ่นกว่า เพราะผู้ที่นำต้นฉบับมาแสดงต่อทนายก็เพียงพอ สำหรับลูกค้าที่เดินทางไม่สะดวก การนัดพบนอกสถานที่เป็นทางเลือกที่ใช้กันทั่วไป โดยยังคงหลักเดิมคือทนายต้องเห็นผู้ลงนามและเอกสารตัวจริงในขณะรับรอง เส้นทางการรับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ต่างประเทศประกอบด้วยสามช่วงที่ต่อเนื่องกัน ช่วงแรกคือคำรับรองของทนายผู้ทำคำรับรอง ช่วงที่สองคือการรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และช่วงที่สามคือการรับรองของคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทาง ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille และไม่มีทางลัดข้ามช่วงใดช่วงหนึ่ง หากข้ามขั้นตอนกลาง หน่วยงานปลายทางมักไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และจะปฏิเสธเอกสารทั้งชุด

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที