Skip to main content

บริการ Notary Public

รับรอง MFA & Consular Legalization

ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในระบบ Apostille — ต้องผ่าน MFA + สถานทูตปลายทาง เราจัดการให้ทั้งเส้น

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคี Hague Apostille Convention เอกสารที่จะใช้ต่างประเทศจึงต้อง 'legalize' ด้วยกระทรวงการต่างประเทศ (กองสัญชาติและนิติกรณ์ แจ้งวัฒนะ) ก่อน แล้วส่งต่อสถานทูตของประเทศปลายทางเพื่อรับรองอีกครั้ง กระบวนการมาตรฐาน 5–10 วัน ทำการ ด่วน 1 วัน (มีค่าธรรมเนียมพิเศษ) เอกสารบางประเภทต้องแปลอังกฤษ + notary ก่อน MFA เราจัดชุด notary → MFA → สถานทูตให้ครบ ค่าบริการเริ่ม 2,000 บาท/ฉบับ (ไม่รวมค่าราชการและสถานทูต)

เริ่ม ฿2,000 — ราคาต่อฉบับ ไม่รวม ~400 บาท MFA + ค่าสถานทูต · MFA ปกติ 2–5 วัน / ด่วน 1 วัน + สถานทูต 3–10 วัน

รับรอง MFA & Consular Legalization โดย Notarial Services Attorney ของ Thai Law & Accounting
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารของเราดูแล รับรอง MFA & Consular Legalization ทั่วประเทศไทย

เหมาะกับใคร

  • ผู้ยื่นเอกสารสถานทูต / immigration ต่างประเทศ
  • บริษัทที่เปิดสาขาต่างประเทศ
  • ผู้จดทะเบียนสมรส/หย่าต่างประเทศ
  • ผู้ที่ต้องยื่นวุฒิการศึกษา/ทะเบียนบ้าน/ใบเกิด

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • Notary certification (ถ้ายังไม่มี)
  • MFA Legalization stamp (แดง)
  • Consular endorsement ของประเทศปลายทาง
  • รายงานสถานะและติดตามคิวรายวัน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารตัวจริง (สำหรับ MFA)
  • คำแปลอังกฤษ (สำหรับเอกสารภาษาไทย)
  • บัตรประชาชน/พาสปอร์ตของเจ้าของเอกสาร
  • มอบอำนาจ (หากไม่มายื่นเอง)

ขั้นตอน

กระบวนการ 4 ขั้น

  1. 1

    เตรียม + Notary

    แปล + notary certificate ก่อน (ถ้าจำเป็น)

  2. 2

    ยื่น MFA Chaeng Watthana

    จองคิว → ยื่น → จ่ายค่าธรรมเนียม → รับใบนัด

  3. 3

    รับผล MFA

    รับกลับพร้อมประทับตราแดง

  4. 4

    ส่งสถานทูตปลายทาง

    ยื่นสถานทูต 3–10 วัน แล้วรับกลับ

กรณีศึกษา

นิติกรณ์เอกสารการศึกษาและประวัติอาชญากรรมเพื่อทำงานในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นายจ้างในยูเออีกำหนดให้เอกสารผ่านการรับรองครบสายก่อนออกวีซ่าทำงาน เราจัดลำดับใหม่ทั้งหมด เริ่มจากคัดเอกสารต้นทาง แปล รับรองโดยทนายผู้ทำคำรับรอง แล้วจึงนิติกรณ์และยื่นคณะผู้แทน ทำให้ไม่มีขั้นตอนใดต้องย้อนกลับไปทำซ้ำ

สถานการณ์

ผู้สมัครงานได้รับข้อเสนอจากนายจ้างในยูเออีและมีกรอบเวลาก่อนวันเริ่มงาน

อุปสรรค

ผู้สมัครนำเอกสารไปแปลก่อนแล้วจึงมาถามเรื่องการรับรอง ทำให้คำแปลบางฉบับผูกกับต้นฉบับที่ผู้รับไม่ยอมรับ

เอกสารที่ใช้จริงในเคสนี้

  • ปริญญาบัตรและทรานสคริปต์
  • หนังสือรับรองความประพฤติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • หนังสือเดินทาง
  • หนังสือแจ้งเงื่อนไขจากนายจ้างหรือตัวแทนด้านวีซ่า

ลำดับการทำงาน

  1. 01

    ตรวจสายเอกสารทั้งชุดก่อนเริ่มใหม่

    แยกว่าฉบับใดใช้ต่อได้ และฉบับใดต้องคัดใหม่ เพื่อไม่ให้เสียงานแปลที่ยังใช้ได้

    กรอบเวลา: 1–2 วันทำการ

  2. 02

    คัดเอกสารต้นทางที่ต้องเปลี่ยน

    ขอคัดเอกสารจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานตำรวจใหม่เฉพาะรายการที่ผู้รับกำหนดว่าต้องออกใหม่

    กรอบเวลา: 5–10 วันทำการ

  3. 03

    รับรอง นิติกรณ์ และยื่นคณะผู้แทน

    ทนายผู้ทำคำรับรองรับรองเอกสารและคำแปล จากนั้นยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลและยื่นต่อคณะผู้แทนยูเออีตามเงื่อนไขของคณะผู้แทน

    กรอบเวลา: ขึ้นกับคิวของแต่ละหน่วยงาน

ผลลัพธ์

  • ชุดเอกสารผ่านครบสายและนายจ้างดำเนินการวีซ่าต่อได้
  • ไม่ต้องแปลใหม่ทั้งชุด เพราะแยกฉบับที่ยังใช้ได้ออกตั้งแต่ต้น

ข้อพิจารณาที่ทำให้ไฟล์ผ่าน

  • ลำดับขั้นตอนสำคัญกว่าความเร็ว การแปลก่อนคัดเอกสารใหม่คือสาเหตุที่ทำให้งานยืดที่พบบ่อยที่สุด
  • ยืนยันรายการเอกสารกับนายจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่ม

กรณีศึกษาข้างต้นตัดรายละเอียดที่ระบุตัวบุคคลออกทั้งหมด และเป็นตัวอย่างการทำงานเท่านั้น ผลของแต่ละเรื่องขึ้นกับข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของผู้รับเอกสารในขณะนั้น ประเทศไทยยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารจึงต้องผ่านกรมการกงสุลและคณะผู้แทนของประเทศปลายทาง

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ยังไม่ได้ ต้อง MFA + สถานทูตแทน

ปรึกษา รับรอง MFA & Consular Legalization

ปรึกษาฟรี 30 นาที ผ่าน LINE โทร หรืออีเมล

ติดต่อเรา
จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที