FAQ
รับรอง MFA & Consular Legalization
คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยเกี่ยวกับรับรอง MFA & Consular Legalization ขอบเขตอำนาจของทนายผู้ทำคำรับรอง และการใช้เอกสารในต่างประเทศ
ทนายผู้ทำคำรับรองจะดำเนินการเท่าที่กฎหมายและข้อบังคับสภาทนายความให้อำนาจไว้ คือรับรองข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อหน้า เช่น การลงลายมือชื่อ การเปรียบเทียบสำเนากับต้นฉบับ หรือการรับคำสาบาน ไม่รวมการรับรองความถูกต้องของเนื้อหาที่คู่กรณีจัดทำขึ้นเอง เรื่องอายุเอกสารมักถูกเข้าใจสลับกัน ตัวคำรับรองของทนายไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานผู้รับส่วนใหญ่กำหนดว่าเอกสารต้องออกหรือรับรองภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ภายในสามเดือนหรือหกเดือนนับถึงวันยื่น การรับรองไว้ล่วงหน้านานเกินไปจึงมีความเสี่ยงที่จะต้องทำใหม่ทั้งชุดเมื่อถึงวันยื่นจริง แนวทางที่ปลอดภัยคือสอบถามกรอบเวลาจากผู้รับก่อน แล้วย้อนกลับมาวางแผนวันนัดรับรอง วันส่งนิติกรณ์ และวันยื่นต่อคณะผู้แทน ให้เรียงต่อกันโดยไม่ทิ้งช่วงนานเกินจำเป็น งานของนิติบุคคลมีข้อกำหนดเพิ่มเติมที่ควรเตรียมล่วงหน้า ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัทที่คัดใหม่ตามอายุที่ผู้รับกำหนด บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายงานการประชุมหรือมติที่ให้อำนาจลงนามในเรื่องนั้นโดยเฉพาะ ตราประทับของบริษัทหากหนังสือรับรองระบุว่าต้องประทับ และบัตรประจำตัวตัวจริงของกรรมการผู้มีอำนาจ การรับรองลายมือชื่อกรรมการไม่สามารถมอบหมายให้พนักงานลงนามแทนได้ แต่การรับรองสำเนาเอกสารบริษัทนั้น ผู้ที่นำต้นฉบับมาแสดงสามารถดำเนินการได้ตามปกติ เอกสารแสดงตนต้องเป็นฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุเสมอ คนไทยใช้บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ส่วนชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทางเป็นหลัก และควรนำหลักฐานการพำนักปัจจุบัน เช่น ตราวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับแจ้งที่พักอาศัย มาประกอบ เพื่อให้รายการที่บันทึกในสมุดทะเบียนคำรับรองครบถ้วนและตรวจสอบย้อนหลังได้ ภาพถ่ายบัตร ไฟล์ในโทรศัพท์ หรือสำเนาที่รับรองไว้ก่อนหน้า ไม่สามารถใช้แทนเอกสารตัวจริงในการแสดงตนได้ เพราะทนายต้องเห็นเอกสารต้นฉบับด้วยตนเองในขณะที่รับรอง
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- บริการรับรอง MFA & Consular Legalizationครอบคลุมอะไรบ้าง
- ต้องเตรียมอะไรมาสำหรับรับรอง MFA & Consular Legalization
- รับรอง MFA & Consular Legalizationมีข้อจำกัดอะไรที่ควรรู้
- การรับรองมีการบันทึกไว้อย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในสหรัฐอเมริกา ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในสหราชอาณาจักร ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในออสเตรเลีย ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในนิวซีแลนด์ ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในแคนาดา ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในไอร์แลนด์ ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในเยอรมนี ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในออสเตรีย ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในสวิตเซอร์แลนด์ ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในฝรั่งเศส ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในเนเธอร์แลนด์ ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในเบลเยียม ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในสวีเดน ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในนอร์เวย์ ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในเดนมาร์ก ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรอง MFA & Consular Legalizationสำหรับใช้ในอิตาลี ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
หัวข้ออื่น