FAQ
รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)
คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยเกี่ยวกับรับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy) ขอบเขตอำนาจของทนายผู้ทำคำรับรอง และการใช้เอกสารในต่างประเทศ
ทนายผู้ทำคำรับรองจะดำเนินการเท่าที่กฎหมายและข้อบังคับสภาทนายความให้อำนาจไว้ คือรับรองข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อหน้า เช่น การลงลายมือชื่อ การเปรียบเทียบสำเนากับต้นฉบับ หรือการรับคำสาบาน ไม่รวมการรับรองความถูกต้องของเนื้อหาที่คู่กรณีจัดทำขึ้นเอง เมื่อเอกสารถูกตีกลับ สิ่งแรกที่ต้องระบุให้ได้คือถูกตีกลับที่ขั้นตอนใดและด้วยเหตุใด หากปัญหาอยู่ที่ถ้อยคำในเอกสารหรือคุณภาพของคำแปล มักแก้เฉพาะส่วนนั้นแล้วรับรองใหม่โดยไม่ต้องเริ่มทั้งหมด แต่หากปัญหาอยู่ที่ต้นฉบับ เช่น ข้อมูลในทะเบียนราษฎรไม่ถูกต้อง หรือชื่อสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ต้องแก้ที่หน่วยงานผู้ออกเอกสารก่อน แล้วจึงเดินสายรับรองใหม่ทั้งสาย การขอเหตุผลการปฏิเสธเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับ ช่วยให้แก้ได้ตรงจุดและไม่เสียเวลารอบที่สาม มีบางสิ่งที่ทนายผู้ทำคำรับรองไม่มีอำนาจกระทำ และควรทราบไว้ตั้งแต่ต้นเพื่อวางแผนได้ถูกต้อง ได้แก่ การแก้ไขข้อความในเอกสารราชการ การยืนยันว่าชื่อสองชื่อเป็นบุคคลเดียวกันโดยไม่มีหลักฐานจากหน่วยงานผู้ออกเอกสาร การออกเอกสารแทนหน่วยงานทะเบียน การให้ความเห็นว่ากฎหมายต่างประเทศจะรับรองเอกสารหรือไม่ และการรับรองเอกสารที่ผู้ลงนามไม่ได้มาปรากฏตัว หากกรณีของท่านต้องการสิ่งเหล่านี้ ทางแก้คือกลับไปที่หน่วยงานต้นทางหรือขอคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพในประเทศปลายทาง คำแปลเป็นจุดที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลลงชื่อในคำรับรองของผู้แปลซึ่งระบุว่าแปลครบถ้วนและตรงกับต้นฉบับ แล้วให้ทนายรับรองลายมือชื่อของผู้แปล จากนั้นให้ต้นฉบับกับคำแปลเดินทางไปด้วยกันตลอดสายนิติกรณ์ ไม่แยกออกจากกันในขั้นใดขั้นหนึ่ง ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ วันเดือนปี และเลขที่เอกสารในคำแปล ต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางและต้นฉบับทุกตัวอักษร เพราะความไม่ตรงเพียงจุดเดียวมักทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ทั้งชุด
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- บริการรับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)ครอบคลุมอะไรบ้าง
- ต้องเตรียมอะไรมาสำหรับรับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)มีข้อจำกัดอะไรที่ควรรู้
- การรับรองมีการบันทึกไว้อย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในสหรัฐอเมริกา ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในสหราชอาณาจักร ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในออสเตรเลีย ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในนิวซีแลนด์ ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในแคนาดา ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในไอร์แลนด์ ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในเยอรมนี ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในออสเตรีย ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในสวิตเซอร์แลนด์ ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในฝรั่งเศส ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในเนเธอร์แลนด์ ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในเบลเยียม ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในสวีเดน ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในนอร์เวย์ ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในเดนมาร์ก ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
- รับรองสำเนาถูกต้อง (Certified True Copy)สำหรับใช้ในอิตาลี ต่างจากใช้ในไทยอย่างไร
หัวข้ออื่น