Skip to main content

FAQ

รับรองตัวบุคคลและหนังสือรับรองการมีชีวิตอยู่

คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยเกี่ยวกับรับรองตัวบุคคลและหนังสือรับรองการมีชีวิตอยู่ ขอบเขตอำนาจของทนายผู้ทำคำรับรอง และการใช้เอกสารในต่างประเทศ

ทนายผู้ทำคำรับรองจะดำเนินการเท่าที่กฎหมายและข้อบังคับสภาทนายความให้อำนาจไว้ คือรับรองข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อหน้า เช่น การลงลายมือชื่อ การเปรียบเทียบสำเนากับต้นฉบับ หรือการรับคำสาบาน ไม่รวมการรับรองความถูกต้องของเนื้อหาที่คู่กรณีจัดทำขึ้นเอง เส้นทางการรับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ต่างประเทศประกอบด้วยสามช่วงที่ต่อเนื่องกัน ช่วงแรกคือคำรับรองของทนายผู้ทำคำรับรอง ช่วงที่สองคือการรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และช่วงที่สามคือการรับรองของคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทาง ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille และไม่มีทางลัดข้ามช่วงใดช่วงหนึ่ง หากข้ามขั้นตอนกลาง หน่วยงานปลายทางมักไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และจะปฏิเสธเอกสารทั้งชุด เอกสารแสดงตนต้องเป็นฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุเสมอ คนไทยใช้บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ส่วนชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทางเป็นหลัก และควรนำหลักฐานการพำนักปัจจุบัน เช่น ตราวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับแจ้งที่พักอาศัย มาประกอบ เพื่อให้รายการที่บันทึกในสมุดทะเบียนคำรับรองครบถ้วนและตรวจสอบย้อนหลังได้ ภาพถ่ายบัตร ไฟล์ในโทรศัพท์ หรือสำเนาที่รับรองไว้ก่อนหน้า ไม่สามารถใช้แทนเอกสารตัวจริงในการแสดงตนได้ เพราะทนายต้องเห็นเอกสารต้นฉบับด้วยตนเองในขณะที่รับรอง งานของนิติบุคคลมีข้อกำหนดเพิ่มเติมที่ควรเตรียมล่วงหน้า ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัทที่คัดใหม่ตามอายุที่ผู้รับกำหนด บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายงานการประชุมหรือมติที่ให้อำนาจลงนามในเรื่องนั้นโดยเฉพาะ ตราประทับของบริษัทหากหนังสือรับรองระบุว่าต้องประทับ และบัตรประจำตัวตัวจริงของกรรมการผู้มีอำนาจ การรับรองลายมือชื่อกรรมการไม่สามารถมอบหมายให้พนักงานลงนามแทนได้ แต่การรับรองสำเนาเอกสารบริษัทนั้น ผู้ที่นำต้นฉบับมาแสดงสามารถดำเนินการได้ตามปกติ

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที