Skip to main content

FAQ

รับรองเอกสารการค้าและส่งออก

คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยเกี่ยวกับรับรองเอกสารการค้าและส่งออก ขอบเขตอำนาจของทนายผู้ทำคำรับรอง และการใช้เอกสารในต่างประเทศ

ทนายผู้ทำคำรับรองจะดำเนินการเท่าที่กฎหมายและข้อบังคับสภาทนายความให้อำนาจไว้ คือรับรองข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อหน้า เช่น การลงลายมือชื่อ การเปรียบเทียบสำเนากับต้นฉบับ หรือการรับคำสาบาน ไม่รวมการรับรองความถูกต้องของเนื้อหาที่คู่กรณีจัดทำขึ้นเอง ค่าใช้จ่ายในงานลักษณะนี้แยกออกเป็นสองส่วนเสมอ ส่วนแรกคือค่าธรรมเนียมของหน่วยงานราชการ ซึ่งกรมการกงสุลและคณะผู้แทนของแต่ละประเทศเป็นผู้กำหนดและเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของหน่วยงานนั้น ส่วนที่สองคือค่าบริการทางวิชาชีพของสำนักงาน ซึ่งขึ้นกับจำนวนเอกสาร ความซับซ้อน และการเดินทาง เมื่อต้องประเมินงบประมาณ ควรขอรายการแยกทั้งสองส่วนให้ชัดเจน และตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมราชการล่าสุดกับหน่วยงานโดยตรงก่อนวันยื่น เพราะอัตราและระยะเวลาดำเนินการอาจเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเอกสารถูกตีกลับ สิ่งแรกที่ต้องระบุให้ได้คือถูกตีกลับที่ขั้นตอนใดและด้วยเหตุใด หากปัญหาอยู่ที่ถ้อยคำในเอกสารหรือคุณภาพของคำแปล มักแก้เฉพาะส่วนนั้นแล้วรับรองใหม่โดยไม่ต้องเริ่มทั้งหมด แต่หากปัญหาอยู่ที่ต้นฉบับ เช่น ข้อมูลในทะเบียนราษฎรไม่ถูกต้อง หรือชื่อสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ต้องแก้ที่หน่วยงานผู้ออกเอกสารก่อน แล้วจึงเดินสายรับรองใหม่ทั้งสาย การขอเหตุผลการปฏิเสธเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับ ช่วยให้แก้ได้ตรงจุดและไม่เสียเวลารอบที่สาม เรื่องอายุเอกสารมักถูกเข้าใจสลับกัน ตัวคำรับรองของทนายไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานผู้รับส่วนใหญ่กำหนดว่าเอกสารต้องออกหรือรับรองภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ภายในสามเดือนหรือหกเดือนนับถึงวันยื่น การรับรองไว้ล่วงหน้านานเกินไปจึงมีความเสี่ยงที่จะต้องทำใหม่ทั้งชุดเมื่อถึงวันยื่นจริง แนวทางที่ปลอดภัยคือสอบถามกรอบเวลาจากผู้รับก่อน แล้วย้อนกลับมาวางแผนวันนัดรับรอง วันส่งนิติกรณ์ และวันยื่นต่อคณะผู้แทน ให้เรียงต่อกันโดยไม่ทิ้งช่วงนานเกินจำเป็น

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที