Skip to main content

FAQ

รับรองข้อเท็จจริง (Certificate of Fact)

คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยเกี่ยวกับรับรองข้อเท็จจริง (Certificate of Fact) ขอบเขตอำนาจของทนายผู้ทำคำรับรอง และการใช้เอกสารในต่างประเทศ

ทนายผู้ทำคำรับรองจะดำเนินการเท่าที่กฎหมายและข้อบังคับสภาทนายความให้อำนาจไว้ คือรับรองข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อหน้า เช่น การลงลายมือชื่อ การเปรียบเทียบสำเนากับต้นฉบับ หรือการรับคำสาบาน ไม่รวมการรับรองความถูกต้องของเนื้อหาที่คู่กรณีจัดทำขึ้นเอง คำแปลเป็นจุดที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลลงชื่อในคำรับรองของผู้แปลซึ่งระบุว่าแปลครบถ้วนและตรงกับต้นฉบับ แล้วให้ทนายรับรองลายมือชื่อของผู้แปล จากนั้นให้ต้นฉบับกับคำแปลเดินทางไปด้วยกันตลอดสายนิติกรณ์ ไม่แยกออกจากกันในขั้นใดขั้นหนึ่ง ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ วันเดือนปี และเลขที่เอกสารในคำแปล ต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางและต้นฉบับทุกตัวอักษร เพราะความไม่ตรงเพียงจุดเดียวมักทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ทั้งชุด การลงลายมือชื่อและการสาบานตนต้องกระทำต่อหน้าทนายเสมอ ซึ่งเป็นสาระสำคัญของคำรับรอง ไม่ใช่ขั้นตอนทางธุรการที่ยกเว้นได้ การส่งเอกสารที่ลงชื่อไว้แล้วมาทางไปรษณีย์เพื่อขอตราประทับย้อนหลังจึงทำไม่ได้ ส่วนการรับรองสำเนาถูกต้องนั้นยืดหยุ่นกว่า เพราะผู้ที่นำต้นฉบับมาแสดงต่อทนายก็เพียงพอ สำหรับลูกค้าที่เดินทางไม่สะดวก การนัดพบนอกสถานที่เป็นทางเลือกที่ใช้กันทั่วไป โดยยังคงหลักเดิมคือทนายต้องเห็นผู้ลงนามและเอกสารตัวจริงในขณะรับรอง การนัดหมายที่ราบรื่นเริ่มจากการตรวจเอกสารล่วงหน้า ควรส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนของต้นฉบับ แบบฟอร์มหรือถ้อยคำที่ปลายทางกำหนด และหน้าหนังสือเดินทางของผู้ที่จะลงนาม มาให้ตรวจก่อนวันนัด การตรวจรอบนี้จะยืนยันว่าใช้คำรับรองประเภทใด ต้องมีคำแปลหรือไม่ ต้องมีพยานเพิ่มหรือไม่ และผู้ลงนามครบถ้วนแล้วหรือยัง กรณีที่มีผู้ลงนามหลายคนหรือมีเอกสารหลายฉบับ การจัดให้ทุกคนมาพร้อมกันในคราวเดียวช่วยประหยัดทั้งเวลาและการเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินเรื่องนิติกรณ์ต่อทันที

ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที